กิจกรรมมหาวิทยาลัยที่ HR สนใจจริงๆ และวิธีเขียนลง Resume ให้มีน้ำหนัก
กิจกรรมแบบไหนที่ HR มองว่ามีค่า วิธีเลือกเรื่องมาเล่า สูตรเขียนลง resume พร้อมตัวอย่างก่อนและหลัง และวิธีเล่าตอนสัมภาษณ์
คุณเป็นปีสี่ ทำกิจกรรมมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ทั้งชมรม ค่ายอาสา งานรับน้อง งานกีฬาคณะ แต่พอเปิดไฟล์ resume ขึ้นมา กลับเขียนได้แค่ว่า "เป็นสมาชิกชมรม" กับ "เข้าร่วมค่ายอาสา" แล้วก็ไม่แน่ใจว่า HR จะสนใจอะไรพวกนี้หรือเปล่า
ความจริงคือสำหรับเด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงานเต็มเวลา กิจกรรมมหาวิทยาลัยคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกว่าคุณทำงานกับคนอื่นได้ รับผิดชอบงานได้ และแก้ปัญหาเป็น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทำกิจกรรมน้อย แต่อยู่ที่เล่าไม่เป็น
HR ดูอะไรจากกิจกรรมของคุณ
HR ไม่ได้นับว่าคุณเข้าร่วมกี่กิจกรรม สิ่งที่เขาพยายามหาคือสัญญาณว่าคุณจะทำงานได้จริงเมื่อเข้ามาในบริษัท โดยทั่วไปมีสามเรื่องหลัก
- ความรับผิดชอบ: คุณถือเนื้องานส่วนไหน และทำจนจบหรือไม่
- การทำงานกับคน: ประสานงาน ต่อรอง จัดการความขัดแย้งในทีมได้แค่ไหน
- ผลลัพธ์: งานที่คุณทำทำให้อะไรเปลี่ยนไป แม้จะเป็นเรื่องเล็ก
กิจกรรมแบบไหนที่มักมีน้ำหนัก
ตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบคนหรืองบ
ประธานชมรม หัวหน้าฝ่าย เหรัญญิก หรือหัวหน้าโปรเจกต์ แสดงว่าคุณเคยต้องตัดสินใจและรับผลของการตัดสินใจนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งใหญ่ หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการในค่ายที่ดูแลอาหารให้คน 80 คนก็เล่าได้ดีพอๆ กัน
การแข่งขันที่มีโจทย์จริง
Hackathon, Case Competition, การประกวดแผนธุรกิจ หรือการแข่งขันออกแบบ ช่วยให้ HR เห็นว่าคุณคิดภายใต้เวลาจำกัดได้ ผลรางวัลช่วยได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือบทบาทของคุณในทีม
งานอาสาที่มีบทบาทชัด
ค่ายอาสาจะมีน้ำหนักขึ้นมากถ้าคุณบอกได้ว่าคุณทำอะไร เช่น ดูแลการหาสปอนเซอร์ วางแผนงานก่อสร้าง หรือประสานกับผู้นำชุมชน
ฝึกงานและงาน part-time
งานพาร์ทไทม์ร้านกาแฟหรืองานสอนพิเศษก็ใช้ได้ เพราะแสดงวินัย การบริการลูกค้า และการจัดเวลาควบคู่กับการเรียน ถ้ากำลังหาที่ฝึกงาน ดู คู่มือฝึกงานให้ได้งานจริง
สูตรเขียนกิจกรรมลง Resume
ใช้สูตรนี้ทุกบรรทัด: ตำแหน่ง + องค์กร + สิ่งที่คุณทำ + ผลลัพธ์ และขึ้นต้นด้วยคำกริยา เช่น นำ วางแผน ประสาน ออกแบบ
ตัวอย่างก่อนและหลัง
- ก่อน: "เป็นสมาชิกชมรมถ่ายภาพ"
- หลัง: "ประธานชมรมถ่ายภาพ คณะนิเทศศาสตร์ นำทีมจัดนิทรรศการภาพ 2 ครั้ง ประสานสถานที่และหาสปอนเซอร์ร่วมกับฝ่ายกิจการนักศึกษา"
- ก่อน: "เข้าร่วมค่ายอาสาพัฒนาชนบท"
- หลัง: "หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อ ค่ายอาสาสร้างห้องสมุด ดูแลงบวัสดุและเปรียบเทียบราคาจากร้านค้าในพื้นที่ ทำให้ปิดงบได้ตามแผน"
ตัวเลขในตัวอย่างข้างบนเป็นตัวอย่างสมมติ ของคุณเองให้ใส่เฉพาะตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงและอธิบายได้ ถ้าไม่มีตัวเลข ให้บอกผลเชิงคุณภาพแทน เช่น "จัดงานเสร็จตามกำหนดแม้ทีมลดจาก 10 เหลือ 6 คน" ก็ยังดีกว่าเขียนลอยๆ
เลือกเรื่องให้ตรงกับงาน
ไม่ต้องใส่ทุกกิจกรรม เลือก 2 ถึง 4 เรื่องที่เกี่ยวกับตำแหน่งที่สมัคร สมัครงานการตลาด ให้เล่างานประชาสัมพันธ์ของชมรม สมัครงานการเงิน ให้เล่าตอนเป็นเหรัญญิก ดูตัวอย่าง resume ทั้งฉบับได้ที่ Resume เด็กจบใหม่ไม่มีประสบการณ์
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ลิสต์ทุกอย่างตั้งแต่ปีหนึ่ง: ทำให้เรื่องเด่นจมหายไปในรายการยาว
- เขียนแค่ชื่อกิจกรรม: HR ไม่รู้ว่าคุณทำอะไรในนั้น
- ใส่ตัวเลขเกินจริง: ถ้าโดนถามรายละเอียดตอนสัมภาษณ์แล้วตอบไม่ได้ ความน่าเชื่อถือหายทันที
- ใช้ศัพท์เฉพาะของมหาวิทยาลัย: คำอย่าง "สตาฟฟ์ประจำซุ้ม" คนนอกอาจไม่เข้าใจ ให้อธิบายเป็นงานที่ทำแทน
เล่ากิจกรรมตอนสัมภาษณ์
คำถามอย่าง "เล่าถึงครั้งที่คุณต้องแก้ปัญหาในทีม" คือโอกาสดึงกิจกรรมมาใช้ ใช้โครง STAR: สถานการณ์ งานที่ต้องทำ สิ่งที่คุณลงมือ และผลลัพธ์ ตัวอย่างสั้นๆ: "ตอนเตรียมนิทรรศการ สถานที่ยกเลิกก่อนงานสองสัปดาห์ ผมแบ่งทีมเป็นสองชุด ชุดหนึ่งหาสถานที่ใหม่ อีกชุดแจ้งผู้ร่วมงาน สุดท้ายเลื่อนงานไปแค่สามวัน" ลองซ้อมเล่าเรื่องแบบนี้กับ Interview Lab ได้
กิจกรรมไม่ได้มีค่าเพราะชื่อ แต่มีค่าเพราะคุณเล่าได้ว่าทำอะไรและเกิดอะไรขึ้น
เริ่มต้นยังไง
- เขียนรายการกิจกรรมทั้งหมดที่เคยทำ ไม่ต้องคัดก่อน
- ข้างแต่ละอัน จดบทบาทของคุณ ปัญหาที่เจอ และผลลัพธ์ที่จำได้
- เลือก 2 ถึง 4 เรื่องที่ตรงกับงานที่อยากสมัครมากที่สุด
- เขียนใหม่ด้วยสูตร ตำแหน่ง + องค์กร + สิ่งที่ทำ + ผลลัพธ์
- เตรียมเรื่องเล่าแบบ STAR อย่างน้อยหนึ่งเรื่องต่อหนึ่งกิจกรรม
เมื่อเขียนเสร็จ ลองอัปโหลดเข้า Resume Lab เพื่อตรวจว่าแต่ละบรรทัดชัดพอหรือยัง แล้วเริ่มดูตำแหน่งงานสำหรับเด็กจบใหม่ที่ หน้าค้นหางาน ถ้าอยากรู้ว่าคนในสายงานที่คุณสนใจมองกิจกรรมแบบไหนว่ามีค่า ลองคุยกับ Mentor บน Plants.work