5 สไตล์ Leadership: คุณเป็นผู้นำแบบไหน และควรใช้แบบไหนเมื่อไร
รู้จัก 5 สไตล์ผู้นำ Visionary, Coaching, Democratic, Pacesetting และ Servant ว่าเหมาะกับสถานการณ์ไหน ใช้ผิดแล้วเกิดอะไร และวิธีฝึกสลับสไตล์
หัวหน้าคนหนึ่งได้รับคำชมจากทีมว่าฟังทุกคนและตัดสินใจร่วมกันเสมอ แต่พอลูกค้าแจ้งปัญหาด่วนต้องแก้ภายในวันเดียว การนัดประชุมรับฟังความเห็นทุกคนกลับทำให้ช้าจนพลาดกำหนด สไตล์เดียวกันที่ได้ผลเมื่อวาน อาจไม่ได้ผลวันนี้ บทความนี้จะพาคุณรู้จัก 5 สไตล์ผู้นำที่พบบ่อย ว่าแต่ละแบบเหมาะกับสถานการณ์ไหน และจะฝึกสลับสไตล์ได้อย่างไร
Leadership Style คืออะไร
Leadership Style คือรูปแบบที่ผู้นำใช้ในการกำหนดทิศทาง ตัดสินใจ และดูแลทีม บทความคลาสสิก "Leadership That Gets Results" ของ Daniel Goleman ใน Harvard Business Review อธิบายสไตล์ผู้นำไว้ 6 แบบ และชี้ว่าผู้นำที่ได้ผลลัพธ์ดีมักไม่ได้ใช้สไตล์เดียว แต่สลับใช้หลายสไตล์ตามสถานการณ์ สี่สไตล์แรกในบทความนี้มาจากกรอบดังกล่าว ส่วนสไตล์ที่ห้าคือแนวคิด Servant Leadership ที่องค์กรยุคใหม่พูดถึงบ่อย
1. Visionary: "ไปทางนี้ด้วยกัน"
ผู้นำวางภาพปลายทางให้ชัด อธิบายว่าทำไมต้องไป แล้วเปิดให้ทีมเลือกวิธีเอง (Goleman เรียกสไตล์นี้ว่า Authoritative)
- เหมาะกับ: ช่วงองค์กรเปลี่ยนทิศ ทีมสับสนว่าทำไปเพื่ออะไร
- ระวัง: ถ้าทีมมีประสบการณ์มากกว่าคุณในเรื่องนั้น การพูดแต่ภาพใหญ่อาจฟังดูห่างไกลความจริง
- ประโยคตัวอย่าง: "ปีนี้เราอยากให้ลูกค้าแก้ปัญหาได้เองโดยไม่ต้องโทรหาเรา ทีมคิดว่าเริ่มจากตรงไหนดี"
2. Coaching: "ลองทำดู เดี๋ยวช่วย"
เน้นพัฒนาคนระยะยาว ถามมากกว่าสั่ง ให้ลองทำเองแล้วคุยกันเรื่องสิ่งที่ได้เรียนรู้
- เหมาะกับ: คนที่อยากโตและพร้อมรับ feedback
- ระวัง: ใช้ไม่ได้ดีในสถานการณ์เร่งด่วน หรือกับคนที่ยังไม่อยากเปลี่ยน
- ประโยคตัวอย่าง: "ถ้าให้ลองทำอีกรอบ คุณจะปรับตรงไหน"
3. Democratic: "ทุกคนมีเสียง"
รับฟังความเห็นและตัดสินใจร่วมกัน ทำให้ทีมรู้สึกเป็นเจ้าของ
- เหมาะกับ: ทีมที่มีประสบการณ์สูง และเรื่องที่มีเวลาคิด
- ระวัง: ต้องตัดสินใจเร็ว หรือทีมยังขาดข้อมูล การประชุมยาวอาจไม่ได้ข้อสรุป อ่านเรื่องการสร้างทีมที่กล้าพูดที่ Psychological Safety
4. Pacesetting: "ดูมาตรฐานนี้"
ผู้นำตั้งมาตรฐานสูงและทำให้ดูเป็นตัวอย่าง คาดหวังให้ทีมตามทัน
- เหมาะกับ: ทีมเก่งที่มีแรงจูงใจในตัวเอง และงานระยะสั้นที่ต้องการคุณภาพสูง
- ระวัง: ใช้นานเกินไปทีมจะเหนื่อยล้า และคนที่ยังเรียนรู้อาจรู้สึกว่าไม่มีวันทำได้ดีพอ
5. Servant: "มีอะไรให้ช่วยไหม"
ผู้นำมองว่าหน้าที่หลักคือทำให้ทีมทำงานได้ดีที่สุด เช่น เคลียร์อุปสรรค หาทรัพยากร และปกป้องเวลาของทีม
- เหมาะกับ: ทีมข้ามสายงานที่ต้องประสานหลายฝ่าย ทีมที่รู้งานดีอยู่แล้ว
- ระวัง: ถ้าทีมยังต้องการทิศทางชัด การช่วยอย่างเดียวโดยไม่กำหนดเป้าหมายอาจทำให้หลงทาง
ตัวอย่าง: สลับสไตล์ในสัปดาห์เดียว
สมมติคุณเป็นหัวหน้าทีมการตลาด วันจันทร์คุณใช้ Visionary อธิบายเป้าหมายแคมเปญใหม่ วันอังคารใช้ Democratic ให้ทีมระดมไอเดีย วันพุธนั่ง Coaching กับน้องใหม่ที่เขียนบรีฟครั้งแรก วันพฤหัสลูกค้าขอแก้งานด่วน คุณตัดสินใจเองแล้วแจ้งเหตุผลสั้นๆ และวันศุกร์ใช้ Servant ช่วยเคลียร์คิวกับทีมกราฟิกให้ทีมคุณ นี่คือภาพของผู้นำที่ใช้หลายสไตล์อย่างตั้งใจ
ไม่มีสไตล์ผู้นำที่ดีที่สุด มีแต่สไตล์ที่เหมาะกับคน งาน และเวลานั้น
เริ่มต้นยังไง: ฝึกใช้หลายสไตล์
- รู้สไตล์หลักของตัวเอง: ถามคนในทีม 2 ถึง 3 คนว่าเวลามีปัญหา คุณมักทำอะไรเป็นอย่างแรก
- เลือกสไตล์ที่ใช้น้อยที่สุด แล้วลองใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์
- ก่อนประชุมสำคัญ ถามตัวเอง: ทีมต้องการทิศทาง การรับฟัง การสอน หรือการช่วยเคลียร์ทาง
- ขอ feedback หลังลองสไตล์ใหม่ ว่าทีมรู้สึกอย่างไร
- พัฒนา EQ ควบคู่: การอ่านสถานการณ์และอารมณ์คนเป็นพื้นฐานของการสลับสไตล์ อ่านต่อที่ EQ สำหรับผู้นำ
ถ้าคุณกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทหัวหน้า อ่าน 90 วันแรกของหัวหน้าคนใหม่ และหากอยากเสริมทักษะภาวะผู้นำอย่างเป็นระบบ ดู คอร์สเรียนจากพาร์ทเนอร์ ของ Plants.work และถ้าอยากรู้ว่าผู้นำที่มีประสบการณ์ปรับสไตล์อย่างไร ลองคุยกับ Mentor บน Plants.work