ค่าแรงขั้นต่ำไทย 2026: อัตราที่ใช้อยู่ ผลกระทบ และวิธีเพิ่มรายได้
สรุปค่าแรงขั้นต่ำไทยที่ใช้อยู่ในปี 2026 ใครได้รับผลอย่างไร นายจ้างควรเช็กอะไร และลูกจ้างจะเพิ่มรายได้ให้เกินขั้นต่ำได้อย่างไร
ทุกปีช่วงปลายปี คำถามเดิมจะกลับมาในกลุ่มไลน์ที่ทำงาน: "ปีหน้าค่าแรงขึ้นไหม" ถ้าคุณเป็นพนักงานรายวัน คำตอบนี้กระทบเงินในกระเป๋าตรงๆ ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านหรือ HR ของ SME มันคือต้นทุนที่ต้องวางแผนล่วงหน้า บทความนี้สรุปว่าอัตราที่ใช้อยู่ตอนนี้คือเท่าไร ใครได้รับผลแบบไหน และถ้าไม่อยากให้รายได้ผูกกับขั้นต่ำ ควรเริ่มทำอะไร
ค่าแรงขั้นต่ำคืออะไร และใครเป็นคนกำหนด
ค่าแรงขั้นต่ำคือค่าจ้างต่ำสุดต่อวันที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายลูกจ้าง ในไทยกำหนดโดย คณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งเป็นกลไกไตรภาคี มีตัวแทนฝ่ายรัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง พิจารณาจากค่าครองชีพ สภาพเศรษฐกิจ และความสามารถในการจ่ายของธุรกิจในแต่ละพื้นที่ จึงทำให้แต่ละจังหวัดได้อัตราไม่เท่ากัน
อัตราที่ใช้อยู่ในปี 2026
ตามข้อมูลที่ empeo สรุปไว้ ณ เดือนสิงหาคม 2569 อัตราที่ใช้อยู่ยังเป็นไปตาม ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 อยู่ในช่วง วันละ 337 ถึง 400 บาท แยกตามจังหวัดและบางพื้นที่
- 400 บาท: กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ภูเก็ต และเกาะสมุย
- 372 บาท: นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร
- 337 บาท: นราธิวาส ปัตตานี ยะลา ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุด
ส่วนเรื่องการปรับรอบใหม่ Thai PBS รายงานเมื่อมีนาคม 2569 ว่าคณะกรรมการค่าจ้างมีมติเป็นเอกฉันท์ยังไม่พิจารณาปรับในช่วงนั้น เพราะต้นทุนการผลิตของนายจ้างสูงขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และจะกลับมาพิจารณาเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ตัวเลขอาจเปลี่ยนได้ ก่อนใช้จริงควรเช็กประกาศล่าสุดจากกระทรวงแรงงานหรือราชกิจจานุเบกษาเสมอ
ผลกระทบต่อลูกจ้าง
ด้านที่ได้ประโยชน์
- รายได้ขั้นต่ำมีหลักประกันตามกฎหมาย ใช้ต่อรองได้ถ้านายจ้างจ่ายต่ำกว่า
- เมื่ออัตราขึ้น ค่าล่วงเวลาที่คิดจากค่าจ้างรายวันก็ขยับตาม
ด้านที่ต้องเตรียมรับ
- บางธุรกิจอาจชะลอการรับคนเพิ่ม หรือหันไปใช้ระบบอัตโนมัติกับงานที่ทำซ้ำ
- ราคาสินค้าและบริการบางอย่างอาจปรับตามต้นทุน ทำให้รายได้ที่เพิ่มถูกค่าครองชีพกินไปบางส่วน
สิ่งที่นายจ้างและ HR ควรเช็ก
- เช็กอัตราตามพื้นที่ทำงานจริง ไม่ใช่ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ถ้ามีสาขาหลายจังหวัด อัตราอาจต่างกัน
- ทบทวนพนักงานรายเดือนที่ได้เงินใกล้ขั้นต่ำ ว่าเมื่อเทียบเป็นรายวันแล้วไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด
- วางงบล่วงหน้า ทำ scenario ว่าถ้าอัตราขึ้นในรอบหน้า ต้นทุนแรงงานรวมจะเปลี่ยนเท่าไร
- สื่อสารกับทีม ให้ชัดว่าบริษัทจะปรับอย่างไร ดีกว่าปล่อยให้คนไปฟังข่าวลือ
ถ้ากำลังวางโครงสร้างเงินเดือนใหม่ อ่านต่อได้ที่ ออกแบบโครงสร้างเงินเดือน
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อย
- "ขั้นต่ำเท่ากันทั้งประเทศ" ไม่ใช่ อัตราแยกตามจังหวัด และบางจังหวัดแยกถึงระดับอำเภอ
- "ค่าแรงต่อวันคูณจำนวนวัน คือเงินที่ได้รับจริง" ยังไม่ใช่ เพราะยังมีรายการหัก เช่น เงินสมทบประกันสังคม ควรดูสลิปเงินเดือนเทียบทุกครั้ง
- "ข่าวบอกว่าจะขึ้น แปลว่าขึ้นแล้ว" ข้อเสนอหรือนโยบายยังไม่ใช่มติ ต้องรอประกาศที่มีวันมีผลบังคับใช้ชัดเจน
ค่าแรงขั้นต่ำคือพื้น ไม่ใช่เพดาน สิ่งที่ยกรายได้ระยะยาวคือทักษะที่ตลาดต้องการ
ถ้าไม่อยากให้รายได้ผูกกับขั้นต่ำ เริ่มยังไง
ตัวอย่าง: น้องพนักงานหน้าร้านในเชียงใหม่ที่ดูแลสต็อกและตอบแชทลูกค้าอยู่แล้ว ถ้าฝึก Excel และการใช้เครื่องมือขายออนไลน์เพิ่ม ก็ขยับไปสมัครงานแอดมินร้านออนไลน์หรือผู้ช่วยฝ่ายขายที่จ่ายเป็นรายเดือนได้ โดยใช้ประสบการณ์เดิมเป็นจุดขาย
- จดงานที่คุณทำได้ดีอยู่แล้ว เช่น ดูแลลูกค้า นับสต็อก ทำรายงานยอดขาย
- เลือกทักษะเพิ่ม 1 อย่างที่ต่อยอดจากงานเดิม แล้วเรียนจาก คอร์สเรียนจากพาร์ทเนอร์
- ใช้ AI Career Assistant ถามว่าตำแหน่งไหนใช้ทักษะชุดนี้ และควรเพิ่มอะไรอีก
- ดูประกาศจริงใน หน้าค้นหางาน เพื่อเทียบว่าตำแหน่งเป้าหมายต้องการอะไร
ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป หากต้องตัดสินใจเรื่องการจ่ายค่าจ้างหรือสิทธิตามกฎหมาย ควรปรึกษาสำนักงานแรงงานจังหวัดหรือผู้เชี่ยวชาญกฎหมายแรงงาน