เปิดร้านบน TikTok Shop, Shopee, Lazada: เริ่มจากไหนดี?
เทียบ TikTok Shop, Shopee และ Lazada ว่าเหมาะกับสินค้าและทักษะแบบไหน วิธีคิดต้นทุนก่อนตั้งราคา และแผนเริ่มร้านแรกแบบทีละขั้น
คุณมีสินค้าพร้อมขาย อาจเป็นขนมทำเอง เสื้อผ้า หรือของจากโรงงานของครอบครัว แล้วก็ติดอยู่ที่คำถามเดิม จะเปิดร้านที่ TikTok Shop, Shopee หรือ Lazada ก่อนดี คำตอบไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์มไหนดีกว่า แต่อยู่ที่สินค้าของคุณ เวลาที่มี และทักษะที่คุณถนัด
Marketplace กับ social commerce ต่างกันยังไง
Shopee และ Lazada เป็น marketplace ลูกค้าเข้ามาเพราะตั้งใจจะซื้อ พิมพ์ค้นหาสินค้า เทียบราคา แล้วกดสั่ง ส่วน TikTok Shop เป็น social commerce ลูกค้าเห็นสินค้าระหว่างดูวิดีโอหรือไลฟ์ และตัดสินใจซื้อเพราะเนื้อหาดึงดูด ความต่างนี้กำหนดว่าคุณต้องลงแรงกับอะไร ฝั่งหนึ่งต้องเก่งเรื่องหน้าร้าน ราคา และรีวิว อีกฝั่งต้องเก่งเรื่องทำคอนเทนต์
เทียบ 3 แพลตฟอร์ม
TikTok Shop
- เหมาะกับ: สินค้าที่โชว์ผ่านวิดีโอได้ดี เช่น อาหาร แฟชั่น ความงาม ของใช้ที่มีวิธีใช้น่าสนใจ
- จุดแข็ง: คลิปหรือไลฟ์ที่ปังพาคนแปลกหน้ามาเจอร้านได้ แม้ร้านยังใหม่
- ต้องเตรียม: ทำวิดีโอสม่ำเสมอ และพร้อมไลฟ์หรือทำงานกับ creator
Shopee
- เหมาะกับ: สินค้าที่คนค้นหาอยู่แล้ว ของใช้ทั่วไป สินค้าราคาจับต้องได้
- จุดแข็ง: ลูกค้าเข้ามาพร้อมจะซื้อ มีเครื่องมือโปรโมชัน เช่น โค้ดส่วนลดและแคมเปญตามวันสำคัญ
- ต้องเตรียม: ชื่อสินค้าและรูปที่ค้นเจอง่าย ราคาที่แข่งได้ และการตอบแชตเร็ว
Lazada
- เหมาะกับ: แบรนด์ที่อยากดูน่าเชื่อถือ สินค้าราคาสูงขึ้นมา
- จุดแข็ง: มีโซน LazMall สำหรับแบรนด์และร้านค้าทางการ
- ต้องเตรียม: ข้อมูลสินค้าครบ เอกสารแบรนด์หากจะเข้า LazMall และการจัดการสต็อกที่แม่นยำ
เลือกจากประเภทสินค้า
- สินค้าที่ต้องเห็นถึงจะอยาก (อาหาร แฟชั่น beauty): เริ่ม TikTok Shop
- สินค้าที่คนค้นหาอยู่แล้ว (ของใช้ อุปกรณ์): เริ่ม Shopee
- สินค้าแบรนด์หรือราคาสูง: พิจารณา Lazada และ LazMall
- งาน handmade หรือ niche: โซเชียลของตัวเองร่วมกับ marketplace ช่องทางหนึ่ง
คิดต้นทุนก่อนตั้งราคา
ทุกแพลตฟอร์มมีค่าธรรมเนียม เช่น ค่าคอมมิชชันตามหมวดสินค้า ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน และค่าเข้าร่วมโปรแกรมบางอย่าง อัตราเปลี่ยนได้ตามนโยบาย จึงควรเช็กจากศูนย์ผู้ขายของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนตั้งราคาเสมอ สูตรง่ายๆ ที่ใช้ได้ทุกที่คือ
ราคาขาย ต้องครอบคลุม ต้นทุนสินค้า + แพ็กเกจ + ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม + ส่วนลดที่จะให้ + กำไรที่ต้องการ
ร้านใหม่หลายร้านขาดทุนเพราะตั้งราคาจากราคาคู่แข่ง โดยไม่ได้หักค่าธรรมเนียมและส่วนลด อ่านเพิ่มที่ 7 เหตุผลที่ขายออนไลน์ไม่รอด และเรื่องภาษีที่ ภาษีที่คนขายออนไลน์ต้องรู้
เปิดร้านเดียวให้ขายได้จริง ดีกว่าเปิดสามร้านที่ไม่มีเวลาดูแลสักร้าน
เมื่อไรควรขยายไปหลายแพลตฟอร์ม
- ยอดขายช่องทางแรกเริ่มนิ่ง และคุณรู้แล้วว่าสินค้าตัวไหนขายดี
- มีระบบจัดการสต็อกและออเดอร์ที่ไม่ทำให้ขายเกินของที่มี
- มีคนช่วยดูแลหลังบ้าน แพ็กของ และตอบแชต
เริ่มต้นยังไง: แผน 4 สัปดาห์
- สัปดาห์ที่ 1: เลือก 1 แพลตฟอร์มตามประเภทสินค้า สมัครบัญชีผู้ขาย และอ่านค่าธรรมเนียมให้ครบ
- สัปดาห์ที่ 2: ลงสินค้า 5 ถึง 10 รายการ พร้อมรูปและคำอธิบายที่ดี
- สัปดาห์ที่ 3: ทำโปรโมชันเล็กๆ หรือทำคลิปแนะนำสินค้า
- สัปดาห์ที่ 4: ดูว่าสินค้าตัวไหนมีคนดูและสั่งจริง แล้วปรับ
คอร์สบน Plants.work Learn ที่ช่วยได้: เปิดร้านค้าบน TikTok Shop สำหรับผู้ขายมือใหม่, ปักตะกร้า TikTok Shop ให้ขายง่ายขึ้น, เปิดร้านใน Shopee และ สอนวิธีเปิดร้าน Lazada สำหรับมือใหม่ ถ้าอยากขายต่างประเทศ ดู ขายออนไลน์บน Alibaba.com สำหรับผู้เริ่มต้น และ คู่มือส่งออกสำหรับ SME มือใหม่