เจ้าของร้านค้าออนไลน์ต้องรู้เรื่องภาษีอะไรบ้าง? คู่มือเริ่มต้นฉบับเข้าใจง่าย
สรุปภาษีที่คนขายของออนไลน์ต้องรู้ ภาษีเงินได้ประเภทที่ 8 ช่วงเวลายื่น ภ.ง.ด.94 และ ภ.ง.ด.90 เกณฑ์จด VAT 1.8 ล้านบาท วิธีจดบัญชีรายรับรายจ่าย และสิ่งที่ควรเก็บไว้
ร้านเสื้อผ้าบน TikTok Shop ของคุณเริ่มขายดี ยอดโอนเข้าบัญชีทุกวัน แล้วเพื่อนก็ถามขึ้นมาว่า ยื่นภาษีหรือยัง? คำถามตามมาเป็นชุด ต้องยื่นไหม ยื่นตอนไหน ถ้ารายได้ยังไม่เยอะต้องจ่ายหรือเปล่า บทความนี้สรุปพื้นฐานที่คนขายของออนไลน์แบบบุคคลธรรมดาควรรู้ เพื่อให้คุณเริ่มจัดการได้ถูกทางตั้งแต่วันนี้
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะกรณี อัตราและกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
ภาษีของคนขายออนไลน์คืออะไร
กรมสรรพากรระบุว่ารายได้จากการขายของออนไลน์เป็น เงินได้ประเภทที่ 8 เหมือนร้านค้าที่มีหน้าร้าน ไม่ว่าคุณจะขายผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook หรือ LINE ก็ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การยื่นแบบไม่ได้แปลว่าต้องจ่ายเสมอ ถ้าเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนยังต่ำ ภาษีที่ต้องจ่ายอาจเป็นศูนย์
ภาษี 3 เรื่องที่ต้องเข้าใจ
1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
หลักคิดพื้นฐานตามคู่มือของกรมสรรพากรคือ
เงินได้สุทธิ = เงินได้ ลบ ค่าใช้จ่าย ลบ ค่าลดหย่อน แล้วนำไปคูณอัตราภาษีแบบขั้นบันได
ค่าใช้จ่ายของเงินได้ประเภทนี้เลือกได้ว่าจะหักแบบเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือหักตามจริงซึ่งต้องมีหลักฐานครบ นอกจากนี้ กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้มีเงินได้ประเภทที่ 2 ถึง 8 ที่ถึงเกณฑ์ ต้องคำนวณอีกวิธีด้วยอัตราร้อยละ 0.5 ของเงินได้พึงประเมิน แล้วเสียตามวิธีที่ได้ยอดสูงกว่า จุดนี้มือใหม่มักพลาด จึงควรให้นักบัญชีช่วยดูในปีแรก
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ตามข้อมูลของกรมสรรพากร ผู้ประกอบการที่มี รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.01) ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกินเกณฑ์ หลังจดแล้วต้องเรียกเก็บ VAT จากลูกค้า ออกใบกำกับภาษี และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้ายอดขายกำลังเข้าใกล้เกณฑ์ ให้วางแผนเรื่องราคาและระบบเอกสารล่วงหน้า
3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ถ้าคุณรับจ้างทำงานให้บริษัท เช่น รีวิวสินค้าหรือทำคอนเทนต์ ผู้จ้างอาจหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ให้เก็บหนังสือรับรองการหักภาษีทุกใบ เพราะใช้เป็นเครดิตตอนยื่นภาษีปลายปีได้
ปฏิทินยื่นภาษีที่ต้องจำ
- กรกฎาคม ถึง กันยายน: ยื่นภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 สำหรับเงินได้ที่ได้รับช่วงมกราคมถึงมิถุนายน
- มกราคม ถึง มีนาคม ของปีถัดไป: ยื่นภาษีประจำปี ภ.ง.ด.90 สำหรับรายได้ทั้งปี
- ทุกเดือน: ยื่น ภ.พ.30 ถ้าจด VAT แล้ว
กรมสรรพากรมักขยายเวลาให้ถ้ายื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ rd.go.th ให้ตรวจวันที่ล่าสุดทุกปี
ระบบเอกสารที่ควรมี
- บันทึกรายรับรายจ่ายรายวัน: ใช้ Google Sheets ก็พอ แยกคอลัมน์ วันที่ ช่องทางขาย ยอดขาย ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
- ใบเสร็จค่าใช้จ่าย: ค่าสินค้า ค่าส่ง ค่าโฆษณา ค่าบรรจุภัณฑ์
- รายงานจากแพลตฟอร์ม: ดาวน์โหลดรายงานยอดขายรายเดือนเก็บไว้ทุกเดือน
- แยกบัญชีธนาคาร: บัญชีร้านกับบัญชีส่วนตัวควรแยกกัน จะตรวจสอบง่ายกว่ามาก
ธุรกรรมออนไลน์ทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ทั้งในบัญชีธนาคารและระบบของแพลตฟอร์ม การยื่นให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงปลอดภัยกว่าการรอให้ถูกเรียกตรวจย้อนหลัง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดว่ารายได้น้อยจึงไม่ต้องยื่น
- ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินขายของปนกับเงินอื่น
- ไม่เก็บใบเสร็จ แล้วหักค่าใช้จ่ายตามจริงไม่ได้
- ยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทแล้วแต่ไม่รู้ตัว เพราะไม่ได้รวมยอดทุกช่องทาง
อย่ารอถึงเดือนมีนาคมแล้วค่อยเริ่มเรื่องภาษี จดตัวเลขตั้งแต่วันนี้ พอถึงเวลายื่นจะง่ายขึ้นมาก
เริ่มยังไงในสัปดาห์นี้
- เปิดไฟล์บันทึกรายรับรายจ่าย แล้วย้อนกรอกยอดของเดือนนี้
- ดาวน์โหลดรายงานยอดขายย้อนหลังจากทุกแพลตฟอร์มที่ใช้
- รวมยอดขายทั้งปีเพื่อดูว่าใกล้เกณฑ์ VAT หรือยัง
- นัดคุยกับนักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี 1 ครั้งเพื่อวางระบบให้ถูกตั้งแต่ต้น
อยากเรียนเรื่องนี้แบบเป็นขั้นตอน ดูคอร์ส ยื่นภาษีร้านค้า Shopee ตั้งแต่ดึงข้อมูลจนยื่นได้จริง, สอนคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับมือใหม่ และ ภาษีร้านอาหารและร้านเครื่องดื่ม หรือดูคอร์สอื่นที่ Plants.work Learn