Agent Loop: AI Agent คิด ทำ และตรวจผลอย่างไร

Plants.work · · upskilling
Agent Loop: AI Agent คิด ทำ และตรวจผลอย่างไร

เจาะกลไก Plan, Act, Observe ที่ทำให้ AI Agent ทำงานหลายขั้นได้เอง พร้อมตัวอย่างงานจัดซื้อ เงื่อนไขการหยุด และข้อควรระวัง

ลองนึกภาพว่าคุณพิมพ์สั่ง AI ว่า "เช็กสต็อกกระดาษ A4 ทุกสาขา ถ้าสาขาไหนเหลือต่ำกว่า 20 รีม ให้ขอใบเสนอราคาจากซัพพลายเออร์ 3 เจ้าแล้วสรุปให้หน่อย" แชตบอตทั่วไปจะตอบกลับมาเป็นคำแนะนำหนึ่งย่อหน้า แต่ AI Agent จะเริ่มลงมือ: เปิดไฟล์สต็อก อ่านตัวเลข ตัดสินใจว่าต้องทำอะไรต่อ แล้ววนซ้ำจนงานเสร็จ หัวใจของพฤติกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า Agent Loop

ถ้าคุณยังไม่คุ้นกับคำว่า Agent แนะนำให้อ่าน AI Agent คืออะไร ก่อน บทความนี้จะลงลึกไปที่กลไกข้างใน ว่า Agent คิด ทำ และตรวจผลอย่างไรในแต่ละรอบ

Agent Loop คืออะไร

Agent Loop คือวงจรที่ AI ทำซ้ำไปเรื่อยๆ 3 จังหวะ: Plan (คิดว่าขั้นต่อไปควรทำอะไร) Act (เรียกใช้เครื่องมือ) และ Observe (อ่านผลลัพธ์ที่ได้กลับมา) แล้วใช้ผลนั้นวางแผนรอบถัดไป จนกว่าจะตัดสินว่างานเสร็จหรือถึงเงื่อนไขให้หยุด

แนวคิดนี้เป็นที่รู้จักกว้างขวางจากงานวิจัย ReAct: Synergizing Reasoning and Acting in Language Models (Yao และคณะ, 2022) ที่ให้โมเดลสลับระหว่างการเขียนเหตุผลกับการลงมือทำ งานวิจัยรายงานว่าวิธีนี้ทำ success rate บน ALFWorld สูงกว่าวิธีเดิมแบบ absolute 34% และบน WebShop 10%

3 จังหวะในแต่ละรอบ

1. Plan: ตัดสินใจขั้นถัดไป

โมเดลอ่านเป้าหมาย ประวัติสิ่งที่ทำไปแล้ว และผลล่าสุด จากนั้นเลือกว่าจะทำอะไรต่อ เช่น "ต้องอ่านไฟล์สต็อกก่อน"

2. Act: เรียกใช้ Tool

โมเดลไม่ได้รันอะไรเอง เอกสาร Tool use ของ Claude อธิบายไว้ชัดว่าโมเดลแค่ส่ง "คำขอแบบมีโครงสร้าง" ออกมา (ชื่อเครื่องมือและ arguments) แล้วโค้ดของคุณหรือเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการเป็นคนรันจริง ผลลัพธ์จึงค่อยถูกส่งกลับเข้าไปในบทสนทนา รายละเอียดกลไกนี้อ่านต่อได้ใน Tool Calling คืออะไร

3. Observe: อ่านความจริงจากสภาพแวดล้อม

บทความ Building effective agents ของ Anthropic (ธันวาคม 2024) เน้นว่าในแต่ละขั้น Agent ต้องได้ "ground truth" จากสภาพแวดล้อม เช่น ผลจากเครื่องมือหรือผลรันโค้ด เพื่อประเมินว่างานคืบหน้าจริงหรือไม่ ไม่ใช่เดาเอาเอง

ตัวอย่าง: Agent ฝ่ายจัดซื้อหนึ่งงาน วนกี่รอบ

กลับไปที่โจทย์กระดาษ A4 ลูปจริงอาจหน้าตาแบบนี้

  1. Plan: ต้องรู้ยอดสต็อก → Act: อ่าน Google Sheets → Observe: สาขาบางนาและขอนแก่นเหลือต่ำกว่าเกณฑ์
  2. Plan: หาซัพพลายเออร์ที่เคยซื้อ → Act: ค้นในระบบจัดซื้อ → Observe: เจอ 3 ราย แต่รายหนึ่งไม่มีอีเมล
  3. Plan: ส่งคำขอใบเสนอราคา 2 รายที่มีอีเมล และบันทึกว่าอีกรายต้องโทรเอง → Act: ร่างอีเมล → Observe: ร่างพร้อม แต่ยังไม่ส่งเพราะเป็นการสื่อสารภายนอก
  4. Plan: งานในส่วนที่ทำเองได้ครบแล้ว → สรุปผลและขออนุมัติจากคุณก่อนส่ง

สังเกตว่ารอบที่ 2 แผนเปลี่ยนเพราะสิ่งที่ Observe เจอ นี่คือข้อได้เปรียบของลูป และรอบที่ 3 Agent หยุดรอคนก่อนทำสิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้

ลูปต้องรู้จักหยุด

Agent ที่ไม่มีเงื่อนไขหยุดอาจวนไม่จบ ระบบที่ดีจึงกำหนดทางออกไว้หลายทาง

เมื่อไหร่ไม่ต้องใช้ลูป

Anthropic แยก Workflow (ขั้นตอนถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าในโค้ด) ออกจาก Agent (โมเดลเลือกขั้นตอนเอง) และแนะนำให้เริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุดที่ใช้ได้ ถ้างานของคุณมีลำดับตายตัวทุกครั้ง เช่น รับไฟล์ แปลง ส่งต่อ Workflow ธรรมดาจะถูกกว่าและคาดเดาได้มากกว่า อ่านเพิ่มใน AI Assistant vs AI Agent vs Agent Platform

ข้อควรระวัง

Agent ที่ดีไม่ใช่ตัวที่คิดเก่งที่สุด แต่เป็นตัวที่ดูผลจริงทุกรอบ และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด

เริ่มต้นยังไง

  1. เลือกงานที่ต้อง "ตัดสินใจระหว่างทาง" จริงๆ ไม่ใช่งานที่ขั้นตอนตายตัว
  2. เขียนเป้าหมายและเกณฑ์ว่าแบบไหนคือ "เสร็จ" ให้ชัด
  3. ให้เครื่องมือแค่ 2 ถึง 3 ตัวที่จำเป็นในรอบแรก
  4. ตั้ง Max Iterations และจุดที่ต้องขออนุมัติจากคน
  5. เปิดดู intermediate steps ทุกครั้งที่ทดสอบ เพื่อดูว่า Agent คิดและทำอะไรในแต่ละรอบ

เข้าใจลูปแล้ว ขั้นต่อไปคือลองสร้างจริง คอร์ส n8n AI ใน Plants.work Learn เป็นจุดเริ่มที่ดี และถ้าอยากรู้ว่าทักษะนี้ต่อยอดไปสายงานไหนได้บ้าง ลองคุยกับ AI Career Assistant